เว็บ แอพ ขายของออนไลน์ ไหนฟรีและดีที่สุด

0

เว็บ แอพ ขายของออนไลน์ ไหนฟรีและดีที่สุด ทุกวันนี้การขายของออนไลน์เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการหารายได้เสริมหรือสำหรับบางคนก็เป็นช่องทางหลักในการต่อยอดธุรกิจให้เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยความสะดวก เข้าถึงง่าย ไม่ต้องมีหน้าร้าน ประหยัดค่าใช้จ่ายทำให้คนหันมาขายของออนไลน์กันมากขึ้น และการขายของผ่านเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชัน ก็ช่วยอำนวยความสะดวกด้านการจัดการต่าง ๆ ได้มากมาย เรามาดูกันดีกว่าว่าในปี 2020 นี้มีเว็บหรือแอพขายของออนไลน์ไหนที่ฟรีและดีที่สุดในปีนี้บ้าง

1. Lazada
เรียกได้ว่าลอยลำมาในทุก ๆ ปีเลยก็ว่าได้กับเว็บไซต์ขายของออนไลน์อันดับหนึ่งที่มีคนใช้มากที่สุดในประเทศไทย โดยที่คุณสามารถเปิดร้านค้าออนไลน์ได้ฟรี ข้อดีที่เห็นได้ชัดของ Lazada คือมีความน่าเชื่อถือมากที่สุด มีระบบการจัดส่ง จัดเก็บสินค้าและการจ่ายเงินแบบรัดกุม อีกทั้งยังสามารถจัดโปรโมชันจูงใจให้ลูกค้าซื้ออยู่ตลอดเวลา ขอเพียงแค่คุณมีสินค้าที่ดี มีแบรนด์ที่แข็งแรง Lazada ก็เป็นอีกช่องทางที่พร้อมจะซัพพอร์ตธุรกิจของคุณให้เติบโตก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น

ขั้นตอนการสมัคร

ลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์ Lazada
ยืนยันตัวตน
ลงรายละเอียดสินค้า ระบุราคาให้ชัดเจน

2. Shoppee
อีกหนึ่งช่องทางที่ตีคู่สูสีกับ Lazada ก็ต้องยกให้ Shopee ที่มีจุดเด่นและแตกต่างจาก Lazada ตรงที่สามารถขายได้ทั้งของมือหนึ่งและมือสอง ส่งสินค้าฟรี คุณสามารถจัดแคมเปญ โปรโมชัน โค้ดส่วนลดในการจูงใจลูกค้าของคุณได้ นอกจาก Lazada แล้ว Shopee ก็เป็นอีกหนึ่งเว็บที่มีอันดับการค้นหาหรือ Search Engine Optimization ที่ดี ที่ทางผู้พัฒนาเว็บได้ทำมาอย่างดีที่สุด ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับสินค้าและบริการของคุณแล้วล่ะ
ขั้นตอนการสมัคร

โหลดแอพพลิเคชั่น Shoppee ลงในเครื่อง หรือสามารถสมัครผ่านทางเว็บไซต์ Shoppee ได้เช่นกัน
ลงทะเบียนเพื่อทำการยืนยันตัวตนโดยใช้ข้อมูลส่วนตัว อาทิ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมลล์ LINE หรือ Facebook เป็นต้น

3. Alibaba
เว็บไซต์นี้เหมาะเป็นพิเศษสำหรับธุรกิจ B2B ที่เน้นการ “ขายส่ง” สินค้าจำนวนมาก ขายให้กับธุรกิจ เป็นสินค้าที่ผลิตเอง ระบุสต็อกสินค้าได้ กรณีสินค้าหมด หรือผลิตไม่ทันขาย ทำ Quotation หรือใบเสนอราคาได้ คุณสามารถติดต่อกับพ่อค้าคนกลางได้ในวงกว้าง เว็บไซต์ของ Alibaba ใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นขายของออนไลน์ ไม่มีการแบนไอดี นอกจากทำผิดร้ายแรงจริง ๆ
ขั้นตอนการสมัคร

เข้าเว็บไซต์ Alibaba จากนั้นไปที่ Join Now
กรอกข้อมูลรายละเอียดส่วนตัวเป็นภาษาอังกฤษ จากนั้นคลิ๊กที่ Create Account
เลือกประเภทของสินค้า พร้อมกับเขียนคำอธิบายลงไปสั้น ๆ เพื่อให้ลูกค้าเข้าใจ
อัพโหลดรูปถ่าย ขนาด และรุ่นของสินค้า พร้อมทั้งเลือกรูปแบบการชำระเงินให้เรียบร้อย
ใส่รายละเอียดที่ตั้งของสถานที่จัดส่งสินค้า หรือที่อยู่ผู้ขายถือเป็นอันเสร็จสิ้น

4. eBay
eBay เป็นเว็บไซต์ที่พัฒนาจากแพลตฟอร์มประมูลสินค้า สู่การขายปลีก ใช้ AI ในการจัดการคลังสินค้า ทำให้ระบบสามารถรู้ใจผู้ซื้อ ทำโปรโมชันและเมนูสินค้าต่าง ๆ ได้ถูกจุด eBay เป็นเว็บไซต์ที่พัฒนาหลังบ้านอย่างต่อเนื่องในการวิเคราะห์ตลาด เทรนด์โลก ช่วยออกแบบพฤติกรรมของผู้บริโภคและกำหนดราคาขายได้อย่างเหมาะสม
ขั้นตอนการสมัคร

ลงทะเบียนเป็นผู้ขายผ่านทางเว็บไซต์ eBay

กรอกข้อมูลส่วนตัวพร้อมข้อมูลบัตรเครดิตเพื่อชำระค่าธรรมเนียมเมื่อสินค้าถูกจำหน่าย

5. KAIDEE
เว็บไซต์นี้น่าจะเป็นชื่อที่ติดหูใครหลาย ๆ คนอยู่เช่นกันกับ KAIDEE อ่านว่า “ขายดี” แค่ชื่อก็เป็นสิริมงคลแล้ว สามารถเปิดร้านขายสินค้าได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าทั่วไปทั้งมือหนึ่งและมือสอง หรือจะเป็นบ้าน รถ คอนโด ซึ่งเป็นที่นิยมในการฝากขายอย่างมาก หน้าตาของเว็บไซต์ใช้งานง่าย สบายตา ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ทำให้ผู้ซื้อสามารถเปรียบเทียบราคาและเห็นภาพของสินค้าได้ชัดเจน ขั้นตอนการลงขายสินค้าไม่ยุ่งยาก แค่ไม่กี่นาทีก็ทำให้การฝากขายสินค้าเข้าสู่สายตาลูกค้าได้ไม่ยาก
ขั้นตอนการสมัคร

ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น KAIDEE ลงในอุปกรณ์สื่อสาร หรือสามารถสมัครผ่านทางเว็บไซต์ได้เช่นกัน
สามารถสมัครและทำการยืนยันตัวตนได้ 2 แบบ ได้แก่สมัครด้วย Facebook หรือ สมัครด้วยหมายเลขโทรศัพท์

ขายโดยการลงประกาศ จากนั้นเลือกหมวดหมู่และระบุราคาสินค้าให้ชัดเจน

6. พันทิพย์ มาร์เก็ต PANTIP MARKET

หลายคนอาจจะยังไม่คุ้นชื่อนี้สักเท่าไหร่ จะ PANTIP MARKET ถือได้ว่ามีความน่าสนใจอย่างมากในการฝากขายสินค้ามือสอง ที่มีตั้งแต่อสังหา พระเครื่อง กล้องถ่ายรูป อุปกรณ์ต่าง ๆ ของสะสม และอื่น ๆ อีกมากมาย จุดเด่นของแพลตฟอร์มนี้คือความเป็นกันเองต่อผู้ซื้อ ด้วยราคาสินค้ามือสองที่ถูก ทำให้ช่วยลดความกังวลของลูกค้าได้เป็นอย่างดี และช่องทางนี้ยังสามารถขายงาน Service ได้ด้วย เช่น งานรับถ่ายรูป งานเขียน เป็นต้น
ขั้นตอนการสมัคร

ลงทะเบียนโดย Pantip Account หรือสมัครเพื่อยืนยันตัวตนผ่าน Facebook Google หรือ Twitter ก็ได้
ล็อคอินเข้าสู่ Pantipmarket.com
เข้าไปเมนู “เปิดหน้าจัดการร้านค้า”
คลิ๊กไปที่เมนู “เปิดร้านค้าใหม่”

กรอกข้อมูลให้ครบถ้วนถือเป็นอันเสร็จสิ้น

7. วีเลิฟช็อปปิ้ง WELOVESHOPPING

เป็นอีกเว็บไซต์ที่ให้บริการในฐานะตัวกลางระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายมาอย่างยาวนาน สามารถฝากสินค้าได้มากมายหลายประเภททั้งเสื้อผ้า นาฬิกา ร้องเท้าแฟชั่น ฯลฯ โดยไม่เสียค่าบริการแม้แต่บาทเดียว ด้วยระบบ We Trust Guarantee ทำให้ผู้ใช้งานสามารถให้คะแนนความพึงพอใจของร้านค้าได้ เรียกได้ว่าเป็นแพลตฟอร์มที่มีความยุติธรรม หากคุณมีสินค้าและบริการที่ดี ส่งของตรงเวลาและครบถ้วน คุณก็จะได้เครดิตที่ดี ผลักดันให้ร้านค้าเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ซึ่งในปัจจุบันมีคนเข้าชมเว็บไซต์ WELOVESHOPPING เพื่อเลือกซื้อสินค้ามากกว่า 300,000 คนต่อวันเลยทีเดียว
ขั้นตอนการสมัคร

สมัครสมาชิก WELOVESHOPPING
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ จากนั้นสมัครเปิดร้านค้า มีให้เลือก 2 แบบคือบุคคลธรรมดา และ นิติบุคคล
กรอกข้อมูลเจ้าของร้านพร้อมทั้งยืนยันตนเองด้วยหมายเลขบัตรประชาชน
อัพโหลดสำเนาบัตรประชาชนพร้อมกับระบุในสำเนาว่า “ใช้เพื่อสมัครเปิดร้านค้ากับ Weloveshopping และใช้บริการ True Money เท่านั้น”

รอการอนุมัติจากเจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาไม่เกิน 7 วัน

8. ไลน์ มายช็อป Line MyShop

เปลี่ยนบรรยากาศจากแพลตฟอร์มออนไลน์ มาเป็นแอพพลิเคชั่นซึ่งมาพร้อมฟังก์ชั่นสะดวกสบาย เอาใจสายช็อปผ่านไลน์ แอพพลิเคชั่นกันบ้าง ด้วยความที่ไลน์ ถือว่าเป็นแอพพลิเคชั่นที่มีผู้นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งในประเทศและต่างประเทศ การเปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้สื่อสารกันในรูปแบบ Market Place จึงถือเป็นบริการที่น่าสนใจและให้ประโยชน์กับผู้ใช้เป็นอย่างมาก วิธีการสมัครก็ไม่ยุ่งยากเพียงแค่ท่านมี Line Official Account ก็สามารถเปิดร้านค้าออนไลน์ฟรี ๆ บนเว็บไซต์ LINE MyShop โดยไม่ต้องเสียค่าบริการรายปีหรือมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมแต่อย่างใด เรียกไว้ว่าตอบโจทย์ทั้งกลุ่มลูกค้าคนไทยและต่างประเทศอย่างแน่นอน
ขั้นตอนการสมัคร

สมัคร Line Official Account
เปิดใช้งาน MyShop
อัพโหลดรายละเอียดสินค้า
สามารถแชร์ลิงค์ให้เพื่อโปรโมตสินค้าในหน้าหลัก หรือจะแชร์ลิงค์ไปยังแพล็ตฟอร์มอื่นก็สามารถทำได้เช่นกัน

9. อีซี่ สโตร์ Easy Store

มาร์เก็ตเพลสหน้าใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการในบ้านเราเป็นอย่างมาก ปัจจุบันมีผู้ประกอบการให้ความสนใจสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกมากกว่า 30,000 ราย สร้างเครือข่ายการค้าขายในสังคมออนไลน์ได้เป็นอย่างดี หากใครสนใจสามารถทดลองสมัครเข้าไปใช้บริการกันแบบฟรี ๆ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเป็นระยะเวลา 14 วัน เพื่อศึกษาฟังก์ชั่นการใช้งาน ถือว่าเป็นการทดลองสำรวจตลาดโดยปราศจากความเสี่ยงได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว
ขั้นตอนการสมัคร

ลงทะเบียนเพื่อรับโดเมนร้านค้าฟรี
ลงรายละเอียดสินค้าที่ต้องการจำหน่าย
เลือกช่องทางการชำระเงินค่าสินค้า
เลือกรูปแบบการจัดส่งสินค้า

10. ฟรีเว็บ สโตร์ Freewebstore

แค่อ่านชื่อก็รู้แน่ว่าฟรี การันตีได้ว่าไม่มีเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอย่างแน่นอน ด้วยประสบการณ์ด้าน E-commerce มากกว่า 10 ปี ส่งผลให้แพลตฟอร์มนี้ได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้ค้าปลีกและบุคคลทั่วไปเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากผู้ประกอบการจะสามารถออกแบบหน้าตาร้านค้าออนไลน์ในสไตล์ตัวเองได้แล้ว ยังสามารถเชื่อมต่อกับสังคมออนไลน์และบริษัทจัดส่งสินค้าได้ง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัสอีกด้วย หากใครกำลังมองหาแพลตฟอร์มที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานสวย ๆ มาเปลี่ยนเรื่องยากให้กลายเป็นเรื่องกล้วย ๆ ด้วย Freewebstore กันดีกว่า แล้วเราจะพบว่าเว็บไซต์ขายของฟรีที่ดีนั้นมีอยู่จริง
ขั้นตอนการสมัคร

ลงทะเบียนในเว็บไซต์ freewebstore.com ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
เลือกรูปแบบและปรับแต่งร้านค้าได้ในแบบที่ต้องการ
อัพโหลดสินค้าพร้อมทั้งคำอธิบายให้ครบถ้วน

นอกจาก 10 เว็บไซต์ที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว การมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองหรือใช้บริการ WordPress ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่คุณควรจะทำด้วยเหตุผลที่ว่าการมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองจะสามารถควบคุมได้ง่าย เว็บไม่สูญหาย และทำได้ฟรีเช่นกัน โดยการใช้ WordPress เป็นหนึ่งแพลตฟอร์มยอดนิยมในการสร้างเว็บไซต์

Related Posts

© All Right Reserved
Proudly powered by WordPress | Theme: Shree Clean by Canyon Themes.